Tuesday, March 07, 2006

คนเกิดวันอาทิตย์



เพราะตัวเอง เกิดวันอาทิตย์ ราศีธนู
จึงขอเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโชคชะตา ของราศีนี้
ไว้ใน บล็อกนี้ เพื่ออ่านเอง และ เผื่อจะมีใครสนใจค่ะ

คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง
ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอย
เพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง
เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน
แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบ เพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น
อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว
ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย
ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต
ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย

คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน
เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว

ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม
เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก
ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้



* โป๊ยเซียน จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

* โกศล เป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม
ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล
จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

* จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง

* ชบา ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส

* ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม
และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

* ชุมเห็ดเทศ

* กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม
หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ


Tuesday, February 21, 2006

อานิสงส์10ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์



1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย

2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น

3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้

4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย

5. มีอายุมั่นขวัญยืน

6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง

7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล

8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน

9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ

10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ


Sunday, February 19, 2006

อานิสงส์การจัดสร้างจัดทำ

อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้



1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ

2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ

3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม

4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย

5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ

6.มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ (เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์วาสนายั่งยืน

7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป

8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญสตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช

9.พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง

10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็น
เป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้าง
ที่เกิดจากการได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้า ปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ



Saturday, December 24, 2005

The Boy Who Lost His Arm


One common tool to be happy people is that they often define their own reality.

Read this story of the boy who lost his arm, for an example :

A young man who was exceptionally happy walked into a school
I spent some time at in Jerusalem.
The teacher, upon noticing the young man’s cheerful personality,
asked him what the source of his happiness was.

“When I was nine years old, God gave me the gift of happiness.” he said.
“What do you mean?” asked the teacher, his curiosity piqued.
“When I was nine, I was riding my bike when a truck ran me over
and severed my arm. Later, in the hospital, my whole family sat crying
and consumed with depression."
‘You’re going to have to get used to this,’ I said.
‘Us?! You’re the one who’s got to get used to it!’ they said.
‘No. I’m already used to it. I’m happy for what I’ve got.’
“You see, when I saw my arm separated from the rest of my body
I got immediately depressed. Then I said to myself, this isn’t doing me any good.
I decided right then that I am happy for what I’ve got.”

The boy in this story did not ignore reality.
He did not change reality.
All he did was define reality for himself.


Don’t compare your happiness to others
(if that decreases your happiness.)

Why? Because sometimes they’re not really happy.
The pictures in the magazines of celebrities spending loads of money
and smiling or laughing are an illusion.
They aren’t always smiling; often they are miserable,
addicted to drugs, or going through their fourth divorce.
Being wealthy and famous is a burden and a danger.
You may need to protect yourself, like Caterine Zeta-Jones,
from a crazy infatuated fan who wants to assassinate your spouse,
or from a kidnapper who may ransom your children like Frank Sinatra
and David Letterman.


Learn From Others

Just as we can learn from the celebrities that
wealth and fame DON’T guarantee happiness,
similarly we can learn from people that are truly happy,
a focus or attitude has been of true help to them.

When you define your own reality, that doesn’t mean you don’t learn from others.
We can, should, and must learn happiness tools and techniques from others.
One common tool is that happy people often define their own reality.


Saturday, November 26, 2005

ปริญญาจากสวนโมกข์

ปริญญาจากสวนโมกข์




“ปริญญา ตายก่อนตาย” ใครได้รับ

เป็นอันนับ ว่าจบสิ้น การศึกษา

เป็นโลกุตตร์ หลุดพ้น เหนือโลกา

หยุดเวียนว่าย สิ้นสังสา- รวัฏฏ์วน


ปริญญา แสนสงวน จากสวนโมกข์

คนเขาว่า เยกโยก ไม่เห็นหน

ไม่เห็นดี ที่ตรงไหน ใครสัปดน

รับเอามา ด่าป่น กันทั้งเมือง


นี่แหละหนา ปริญญา “ตายก่อนตาย”

คนทั้งหลาย มองดู ไม่รู้เรื่อง

เขาอยากอยู่ ให้เด่นดัง มลังเมลือง

เขาเลยเคือง ว่าเราชวน ให้ด่วนตายฯ


อันความจริง “ตัวกู” มิได้มี

แต่พอโง่ มันก็มี ขึ้นจนได้

พอหายโง่ “ตัวกู” ก็หายไป

หมด “ตัวกู” เสียได้ เป็นเรื่องดี



เหตุดังนั้น จงถอน ซึ่ง “ตัวกู”

และถอนทั้ง “ตัวสู” อย่างเต็มที่

คงมีแต่ ปัญญา และ ปราณี

หน้าที่ใคร ทำได้ดี เท่านี้เอยฯ